P1สร้างชีวิตอย่างชาญฉลาด พัฒนาชีวิตตนให้มีอิสรภาพของชีวิต
ตั้งเป้าอย่างชาญฉลาด วางแผนอย่างแยบยล
เพื่อให้แน่ใจว่าเรากำลังตั้งเป้าหมาย อย่างถูกวิธี การถามคำถามสำคัญเพื่อตรวจสอบและเกลาให้เป้าหมายนั้น Smart ยิ่งขึ้นจึงมีความสำคัญ และนี่คือคำถามที่ควรถามในแต่ละส่วนของเป้าหมาย
S : Specific - เพื่อให้เป้าหมายมีความเฉพาะเจาะจงมากขึ้น คำถามเหล่านี้ช่วยคุณได้
- อะไรคือสิ่งที่ต้องทำให้สำเร็จ?
- ใครเกี่ยวข้องกับเป้าหมายนี้?
- ทำไมถึงต้องการทำเป้าหมายนี้ให้สำเร็จ?
M : Measurable - เมื่อสร้างเป้าหมายที่เฉพาะเจาะจงขึ้นมาแล้ว การวัดผลจะต้องเป็นสิ่งที่มีควบคู่กันไป และนี่คือคำถามที่จะช่วยให้คุณค้นพบวิธีการวัดผลที่ถูกต้องได้
- จะรู้ได้อย่างไรว่าเป้าหมายสำเร็จแล้ว?
- ปริมาณ รูปร่าง หรือขนาดของเป้าหมายที่สำเร็จสามารถวัดได้จากอะไรบ้าง?
- อะไรคือตัวชี้วัดความคืบหน้า?
A : Achievable / Attainable - เป้าหมายนี้จะบรรลุผลได้จริงหรือไม่ เพราะอะไร
- คุณเคยทำมันสำเร็จมาก่อนหรือไม่?
- คุณมีทรัพยากร หรือความสามารถเพียงพอที่จะไปถึงเป้าหมายได้หรือไม่?
- ถ้าหากไม่มีจะสามารถเติมเต็มมันได้หรือไม่ อย่างไร?
- เป้าหมายที่มีสร้างความท้าทายให้มากเกิน น้อยเกินไป หรือเหมาะสมกับความเป็นจริงหรือไม่?
R : Realistic / Relevant - เพื่อตรวจสอบความสมเหตุสมผลระหว่างสิ่งที่เรามี และสิ่งที่เราต้องการ ตลอดจนสิ่งที่เราทำ กับสิ่งที่องค์กรคาดหวังในระยะยาว
- เรามีทรัพยากรเพียงพอที่จะทำตามเป้าหมายหรือไม่ ถ้าไม่พอสามารถเติมเต็มได้หรือไม่?
- เป้าหมายนั้นมีความสัมพันธ์อย่างไรกับเป้าหมายที่เกิดขึ้นในระยะยาวของคุณ?
T : Time-bound - การวางกรอบเวลา เราจะต้องตอบให้ได้ว่าทำไมจึงต้องเป็นเวลาที่เราเลือก ทำไมต้องทำให้สำเร็จในช่วงเวลาดังกล่าว
- เมื่อไหร่ที่ต้องการให้เป้าหมายนี้สำเร็จ?
- ทำไมต้องสำเร็จในช่วงเวลาดังกล่าว?
- ความเป็นไปได้ที่จะยืดหยุ่นเวลาทำได้ไหม ถ้าทำได้ ยืดหยุ่นได้มากน้อยแค่ไหน?
ตัวอย่างการตั้งเป้าแบบ Smart Goal
วางเป้าหมายเป็น เห็นเป้าหมายชัด ย่อมมีผลดีกับคุณ ผู้มีความฝัน และองค์กรที่อยากสร้างผลงาน Masterpiece อยู่แล้ว และนี่คือเหตุผลว่าทำไม เครื่องมืออย่าง Smart Goal ถึงมีโอกาสทำให้เป้าหมายของคุณ ประสบความสำเร็จ
- การวางเป้าหมายด้วย Smart Goal จะทำให้คุณมีทิศทางที่ชัดเจนในการไปสู่เป้าหมาย ไม่เสียเวลาทำในสิ่งที่ไม่ใช่ ไม่หลงทิศทาง และก้าวไปอย่างแน่วแน่
- กระตุ้นให้เกิดการทำงานที่มีประสิทธิภาพ เพราะมีเวลากำกับ และคุณจะต้องวัดผลอยู่เสมอ เงื่อนไขทั้งสองอย่างนี้ จะผลักดันให้เกิดพลังในการทำงาน เพื่อให้บรรลุเป้าหมายได้ดีที่สุด
- ติดตามผลได้ ทำให้คุณรู้ได้ทันที ว่า ณ จุดไหน อะไรควรเสร็จ แล้วถ้าไม่เสร็จจะกระทบกับอะไร ควรแก้ไขอย่างเร่งด่วนเพียงใด ให้คุณสามารถเห็นรอยรั่วได้ชัด อุดรอยร้าวได้ทัน
สำหรับองค์กร การตั้งเป้าหมายด้วย Smart Goal จะทำให้คนทำงานเห็นภาพใหญ่ที่ชัดเจน ซึ่งมีประโยชน์มาก เพราะงานในองค์กร ทุกคนต่างแยกกันทำในส่วนของตัวเอง ทำให้แทบไม่รู้เลยว่าเรากำลังอยู่ตรงไหน คนอื่นกำลังทำงานของพวกเขาไปเพื่ออะไร การมีเป้าหมายแบบนี้จะเข้ามาช่วยให้ทุกคนเห็นภาพตรงกัน และมีโอกาสร่วมมือกันเพื่อสร้างงานที่มีคุณภาพสูงได้เป็นอย่างดี
กลยุทธ์พิชิตทุกเป้าหมายด้วย Smart Goal
แม้จะมีเครื่องมือในการสร้างเป้าหมายแล้ว แต่กลยุทธ์ในการใช้เครื่องมือก็สำคัญไม่แพ้กัน เพื่อให้เครื่องมืออย่าง Smart Goal ช่วยให้คุณไปถึงจุดหมายได้จริง นี่คือกลยุทธ์ ที่จะช่วยคุณ เพิ่มโอกาสสำเร็จมากขึ้น โดยเฉพาะถ้าคุณคือองค์กร ที่กำลังหาวิธีที่จะช่วยให้แผนงานของคุณบรรลุเป้า และสร้างทีมที่เปี่ยมไปด้วยแรงขับเคลื่อนในการทำงาน
1. เป้าหมายต้องชัด
เป้าหมายที่คุณตั้งต้องชัดเจน ตอบคำถามได้ครบทุกตัวอักษร และที่สำคัญ อย่าวางเป้า สูงจนทุกคนรู้สึกว่าเป็นไปไม่ได้ แต่ก็ไม่ต่ำจนรู้สึกว่าไม่ต้องพยายามมาก จุดพอดีหาได้จากการประเมินศักยภาพของทีม พิจารณาร่วมกับเป้าหมายของบริษัท การตั้งเป้าสูงนั้นเป็นเรื่องดี แต่หากถูกมองว่าสูงเกินไป ก็อย่าลดเป้าหมาย แต่ลองหาวิธีในการซอยย่อยเป้าหมาย เป็นช่วงสั้นๆ ที่ทุกคนรู้สึกว่าตัวเลขนี้ไม่ได้น่ากลัวเกินไป นี่เป็นอีกหนึ่งทางที่จะทำให้เป้าหมายสูงลิ่วของคุณเป็นไปได้
2. มีคุณค่าบางอย่างที่ทุกคนรู้สึกร่วมกัน
ข้อนี้สำคัญไม่แพ้การมีเป้าหมาย เพราะถ้าคนทำงานโดยไม่รู้ว่าสิ่งที่ตัวเองกำลังทำ มีคุณค่าอะไร ก็คงไม่มีใครมีแก่ใจจะทำงานออกมาให้ดี ทางที่ดีคุณควรบอกให้ได้ว่า สิ่งที่ทุกคนจะทำร่วมกัน มีคุณค่าบางอย่างที่มีความหมาย เป็นประโยชน์ต่อสังคม เป็นประโยชน์ต่อองค์กร หรือในท้ายที่สุดจะเป็นประโยชน์ต่อตัวพวกเขาเองยังไง ถ้าคุณสร้างความรู้สึกว่างานที่เรากำลังจะทำเพื่อนำไปสู่เป้าหมายบางอย่างนี้ มีคุณค่ากับคนทำงานทุกคนได้ ก็เป็นไปได้สูงที่ทุกคนจะทุ่มสุดตัวเพื่อไปถึงเป้าหมาย
3. ซอยย่อยเป็นขั้นตอน เพื่อจัดลำดับความสำคัญ
เป้าหมายที่ชัดเจนนี้ จะต้องเปลี่ยนเป็นแผนงานที่มีขั้นตอนชัดเจน และระบุความสำคัญของแต่ละขั้นตอน รวมถึงช่วงเวลาที่แต่ละขั้นตอนจะต้องสำเร็จลุล่วงได้ การซอยย่อยนี้ จะทำให้งานเป็นระบบ สามารถช่วยกันทำได้ และมีโอกาสเสร็จทันเวลามากขึ้น
4. เปิดพื้นที่สำหรับวิธีการหลากหลาย เพื่อความเป็นไปได้หนึ่งเดียว
เมื่อมีเป้าหมาย มีความรู้สึกร่วม และขั้นตอนแล้ว ในส่วนของวิธีการ ควรเปิดพื้นที่ให้คนทำงานได้ร่วมกันระดมไอเดีย เพื่อหาทางไปสู่เป้าหมาย เพราะต่อให้บางองค์กร จะทำงานแบบเดิมๆ แต่กรอบเวลาและเป้าหมายที่ท้าทาย จะกลายเป็นโจทย์ใหม่ให้คนทำงานได้ช่วยกันคิดว่า “มีวิธีอื่นอีกหรือไม่ ที่จะนำไปสู่เป้าหมาย ในกรอบเวลาที่กำหนด?” สำหรับองค์กร การเปิดโอกาสเช่นนี้ให้คนทำงาน ก็ถือเป็นการเปิดโอกาสให้กับตัวองค์กรเองที่จะสร้าง Know-how ใหม่ๆ ในการทำงานด้วย
5. มีรางวัลแด่คนช่างฝัน
คนทำดีย่อมต้องมีรางวัล นี่คือสิ่งที่องค์กรควรทำเมื่อกำลังมุ่งทำงานเพื่อไปสู่เป้าหมาย ในแต่ละเป้าหมายย่อยๆ ควรมีรางวัลเล็กๆ น้อยๆ ตอบแทนคนทำงาน เพื่อเป็นการสร้างแรงขับเคลื่อนในการทำงาน รวมทั้งยังช่วยสร้างความรู้สึกเป็นหนึ่งเดียวกันของทีมได้อีกด้วย
นี่คือแต่ละขั้นตอนของกลยุทธ์การพิชิตเป้าหมายด้วย Smart Goal จุดสำคัญที่ต้องใส่ใจคือ เป้าหมาย มีความหมายก็ต่อเมื่อมีวิธีการ วิธีการเป็นไปได้ก็เมื่อมีคนทำงาน ดังนั้น การสร้างแรงขับเคลื่อนให้คนทำงานจึงเป็นจุดสำคัญ
เราสร้างเป้าหมายก็เพื่อให้คนเห็นภาพร่วมกัน แต่จะมีความหมายอะไรถ้านั่นเป็นเพียงภาพในหัว แต่คนทำงานไม่มีความรู้สึกอยากทำ และไม่ได้มีความรู้สึกร่วมกันว่าสิ่งที่กำลังจะทำมีความหมายอะไร พวกเขาจะได้อะไร ดังนั้น อย่าลืมใส่ใจคนทำงาน เพราะพวกเขาคือตัวแปรสำคัญในการเดินไปสู่เป้าหมาย
ทริคดีๆ สำหรับองค์กร : ใช้ Smart Goal สร้าง Motivation ให้ทีม สร้างงาน Masterpiece
Smart Goal ไม่ได้มีประโยชน์เพียงช่วยในการสร้างเป้าหมายเท่านั้น จากการศึกษาของ Locke & Latham พบว่า คนทำงานหรือพนักงาน จะรู้สึกมีแรงขับเคลื่อนในการทำงาน (Motivation) สูงสุด เมื่อรู้สึกว่า มีโอกาส 50/50 ในการไปถึงเป้าหมาย ความรู้สึกที่ว่า “อาจจะทำได้ แต่ก็ดูยาก หากแต่ความยากนั้น ก็ดูจะไม่ได้ท้าทายจนเกินไป” ความรู้สึกแบบนี้จะสามารถทำให้พนักงานมีแรงขับเคลื่อนสูงสุด ในการสร้างงานที่มีประสิทธิภาพสูง
นอกจากนี้ ยังควรมีการทำ Weekly Progress Reports เพื่อติดตามผล และเปิดโอกาสให้มีการสร้าง Motivation กับทีมได้อย่างต่อเนื่อง การศึกษาพบว่า ผู้ที่วางเป้าหมายด้วย Smart Goal และมีการรายงาน Weekly Progress Reports อยู่เป็นประจำ ประสบความสำเร็จตามเป้าหมายถึง 76%
ดังนั้น องค์กรอย่าลืมนำทริคในการสร้างเป้าหมายให้คนทำงานรู้สึกถึงความเป็นไปได้ 50/50 และมีการทำ Weekly Progress Reports เป็นประจำทุกสัปดาห์เพื่อติดตามผล และเพิ่มความถี่ในการสร้างแรงขับเคลื่อนนี้ไปใช้ แล้วรอดูผลลัพธ์ได้เลย
สรุป
จะเห็นได้ว่า Smart Goal เป็นวิธีการสร้างเป้าหมายที่มีประโยชน์กับทั้งคนทั่วไป และองค์กร ที่ไม่ว่างานของคุณ จะเป็นธุรกิจแบบไหนก็ตาม ก็สามารถนำไปใช้ได้ เพราะทุกงาน ต้องการเป้าหมายเสมอ และการตั้งเป้าหมายที่ชัดเจน แบบนี้ ย่อมเพิ่มโอกาสความสำเร็จในงานของคุณได้ไม่ยาก
และหากต้องการสร้างระบบที่ช่วยให้ทีมสามารถทำงานร่วมกันได้อย่างไร้อุปสรรค ลองหันมาใช้ตัวช่วยอย่าง MANAWORK ที่จะเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารทีมงาน ตั้งแต่การตั้งเป้าหมาย วางแผนการทำงาน ติดตามการทำงาน อัปโหลดไฟล์ได้ในระบบเดียว
ต้องการสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมกับทางทีมงาน สามารถติดต่อได้ตามรายละเอียดดังต่อไปนี้
- E-mail: chiangmai4u@gmail.com
- โทร. 081 6032249



ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น