วันพฤหัสบดีที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566

สร้างชีวิตอย่างชาญฉลาดด้วยเครื่องมือที่จัดสรรมาให้คุณ

 

Creators พลัง Social Community

ของ ‘กลุ่มส่วนบุคคลของคุณ’ แนวคิดเปลี่ยน Passion ให้เป็นรายได้ที่มั่นคง

ปฎิเสธไม่ได้ว่า ตอนนี้ ‘อีคอมเมิร์ซ’ ได้มีการเติบโตที่น่าสนใจและเข้ามามีบทบาทสำคัญในโลกธุรกิจยุคปัจจุบัน โดยเฉพาะ ‘โซเชียลคอมเมิร์ซ’ ซึ่งมีผู้ใช้งานเป็นจำนวนมากและมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น เนื่องจากนักช้อปออนไลน์ไทยนิยมใช้โซเชียลมีเดียในชีวิตประจำวันเป็นประจำอยู่แล้ว อีกทั้งยังเป็นช่องทางที่สามารถเชื่อมต่อและสร้างความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างผู้ซื้อกับผู้ขายได้เป็นอย่างดี ที่สำคัญโซเชียลคอมเมิร์ซไม่ได้เป็นเพียงแพลตฟอร์มให้ลูกค้าตัดสินใจซื้อทันทีเท่านั้น แต่ยังมีพลังของ Social Community ผ่านการเป็น ‘ครีเอเตอร์’ นำเสนอคอนเทนต์ที่สร้างสรรค์แสดงความเป็นตัวตน และ Passion ตามสไตล์ของตัวเอง เพื่อสร้างผู้ติดตาม สร้างความไว้วางใจ และเกิดการแนะนำสินค้าแบบเพื่อนแนะนำเพื่อน ซึ่งมีประสิทธิภาพสูงในการเพิ่มยอดขาย จนกลายเป็นเครื่องมือทางการตลาดรูปแบบใหม่ที่หลายแบรนด์หันมาโฟกัส


หนึ่งในนั้น คือเรา องค์กรชั้นนำที่ให้ความสำคัญกับการสร้างคอมมูนิตี้ เพื่อสร้างความสัมพันธ์ยั่งยืนและเชื่อมต่อกับผู้คนจำนวนมาก โดยหลังจาก  บริษัท แอมเวย์ (ประเทศไทย) จำกัด ได้ทุ่มงบ 1,000 ล้านบาท พัฒนา Digital Ecosystem สำหรับสร้างความแข็งแกร่งและขยายการทำธุรกิจบนโลกออนไลน์ให้ครบวงจรแล้ว ยังเดินหน้าติดอาวุธพร้อมอัพสกิลให้หุ้นส่วนทุกคนเดินหน้าสู่ธุรกิจยุคออนไลน์ และเป็น Amway Creators เพื่อสร้าง Social Community ในบทบาทของครีเอเตอร์ที่เปลี่ยนความชื่นชอบ และ Passion ของตัวเองให้เป็นรายได้ ผ่าน 2 เครื่องมือ ได้แก่

1.‘สินค้าเปิดใจ’ ด้วยการเลือกนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่เข้าถึงทุกคน และตอบโจทย์เทรนด์ในปัจจุบัน เช่น เทรนด์การดูแลสุขภาพ มีแพ็คเกจจิ้งที่เป็น instagenic พร้อมกับปรับรูปแบบของผลิตภัณฑ์ให้น่าสนใจ สามารถสร้าง story ในการทำคอนเทนต์ได้ง่าย และสามารถนำไปแชร์ต่อในโลกโซเชียลได้ เพื่อสร้างกระแสและเข้าถึงผู้คนได้มากกว่าเดิม ตัวอย่างที่เห็นได้ชัด ได้แก่ n* by Nutrilite ผลิตภัณฑ์ที่เพิ่งเปิดตัวไปในปีนี้

2.‘การสร้างคอมมูนิตี้’ บนแพลตฟอร์มออนไลน์และออฟไลน์ โดยจะมีการทำกิจกรรมรวมกลุ่มของคนที่มีเป้าหมายและความสนใจเดียวกันเข้ามาไว้ด้วยกันบนโลกออนไลน์ ซึ่งกิจกรรมต่าง ๆ เหล่านี้อาจมีการต่อยอดมาทำกิจกรรมแบบออฟไลน์ หรือออนกราวด์ได้ เพื่อให้คอนเทนต์มีความสนุก น่าสนใจ และสามารถสร้างการสื่อสารได้มีประสิทธิภาพ

Amway Creators คืออะไร

Amway Creators เป็นการสร้างประสบการณ์ใหม่ทางการขายและส่งเสริมให้นักธุรกิจแอมเวย์เรียนรู้การทำธุรกิจบนโลกโซเชียล ผ่านการเป็นครีเอเตอร์สำหรับสร้างคอมมูนิตี้และกลุ่มผู้ติดตาม แล้วนำไปต่อยอดการนำเสนอผลิตภัณฑ์ของแอมเวย์ให้มีความน่าสนใจ มีจุดแข็งไม่ซ้ำใคร เพื่อเพิ่มโอกาสในการขายให้มากขึ้น


มาถึงตรงนี้หลายคนอาจมองว่า การเป็นครีเอเตอร์เป็นเรื่องยาก เพราะไม่รู้จะเริ่มต้นอย่างไร แต่ความจริงแล้วทุกคนสามารถทำได้ เพียงค้นหาจุดเด่น ความชื่นชอบที่แสดงความเป็นตัวตนของตัวเองให้ได้และนำเสนอออกมา ซึ่งทางแอมเวย์เองได้มีการส่งเสริมและสนับสนุนให้นักธุรกิจของตัวเองก้าวสู่การเป็น Amway Creators และสามารถสร้าง Social Community ของตนเองได้ผ่านการพัฒนาในรูปแบบต่าง ๆ ที่มีการทำอย่างต่อเนื่อง

ไม่ว่าจะเป็น การให้เรียนรู้แนวคิดการทำคอนเทนต์ จากผู้เชี่ยวชาญด้านการสร้างคอนเทนต์ เช่น อินฟลูเอนเซอร์ชื่อดังจากสายสุขภาพและความงาม ฯลฯ การรับฟังประสบการณ์การสร้างคอมมูนิตี้ออนไลน์, การเทรนให้เตรียมพร้อมสำหรับการสร้างคอมมูนิตี้ ตลอดจนให้ความรู้เพื่อให้ทำความรู้จักแพลตฟอร์มออนไลน์ที่กำลังเป็นที่นิยม และเทคนิคการขายสินค้าบนโซเชียลมีเดียต่าง ๆ เป็นต้น

ขณะเดียวกัน ก็สร้างแรงบันดาลใจให้เห็นว่า การเป็นครีเอเตอร์เริ่มต้นได้แบบง่าย ๆ ใคร ๆ ก็สามารถทำได้ ที่สำคัญยังเพิ่มโอกาสเข้าถึงลูกค้า ควบคู่ไปกับการสร้างยอดขายให้เติบโตได้เป็นอย่างดี

เรื่องราวตัวอย่าง Amway Creators

https://youtu.be/Ily4Pr_8dY4



ยกระดับสู่ ‘เจ้าของธุรกิจ’ ยุคดิจิทัล


ไม่เพียงเท่านั้น ทางแอมเวย์ยังได้มีการพัฒนาศักยภาพของนักธุรกิจแอมเวย์ในด้านต่าง ๆ เพื่อให้ก้าวสู่ ‘เจ้าของธุรกิจ’ ยุคดิจิทัล และพร้อมแข่งขันในโลกธุรกิจออนไลน์ อาทิ การสร้างมาตรฐานการสื่อสารดิจิทัลสำหรับสินค้าแต่ละประเภท ด้วยการให้ความรู้เกี่ยวกับกฎเกณฑ์การใช้ข้อความโฆษณาบนสื่อดิจิทัล การให้เทคนิคการให้โปรโมทและขายสินค้าบนออนไลน์ได้อย่างไรให้ถูกต้องตามกฎหมายและจรรยาบรรณ

การอัพเดทเทรนด์โซเชียล จากกูรูด้านดิจิทัล มาร์เก็ตติ้ง และ Influencer ชื่อดังที่จะมาแนะนำวิธีการทำคอนเทนต์ให้น่าสนใจที่เกี่ยวข้องกับโปรดักท์ได้แบบมืออาชีพ, การแนะนำวิธีการทำธุรกิจแอมเวย์ได้ง่ายและประสบความสำเร็จบนโซเชียลมีเดีย กับ  FOA Friend Of Amway ในคอนเซปต์ ‘แชร์เฟรนด์ ช้อปฟิน’ ชวนผู้คนมากมายบนโลกออนไลน์มาเป็นเพื่อนกับแอมเวย์ แล้วซื้อสินค้า โดยคนแนะนำจะได้รับค่าตอบแทน

ไปจนถึงการให้ความรู้และอบรมการทำการตลาดบนโลกออนไลน์ เพื่อช่วยให้การทำธุรกิจได้ง่าย สะดวก และมีประสิทธิภาพมากขึ้น เช่น การโปรโมทผ่านเว็บไซต์หรือโซเชียลมีเดียต่าง ๆ การทำคลิปสาธิตการทำงาน ฯลฯ

“ในโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว เพื่อให้แบรนด์และนักธุรกิจแอมเวย์สามารถปรับตัวและประสบความสำเร็จในทุกสถานการณ์ การส่งเสริมให้เกิดการพัฒนาเป็นสิ่งที่ละเลยไม่ได้ โดยจุดเด่นของของแอมเวย์ ก็คือ การสร้างแพลตฟอร์มการเรียนรู้ที่สามารถทำได้ทุกที่ ทุกเวลา และเลือกพัฒนาตนเองในทักษะด้านใดก็ได้ ผ่านเว็บไซต์ eLearning ของแอมเวย์ ทั้งหมดนี้เป็นโอกาสที่แอมเวย์เตรียมไว้สำหรับทุกคนที่ต้องการเปลี่ยนไลฟ์สไตล์ที่ชอบให้เป็นรายได้ยั่งยืน และพร้อมก้าวสู่ความสำเร็จไปด้วยกัน” คุณกิจธวัชทิ้งท้าย



เปิดผลวิจัย พบคนไทยพร้อมเป็นเจ้าของธุรกิจมากกว่าที่เคย! โชว์ทางเลือกปั้นอาชีพอิสระอย่างยั่งยืน


ความไม่แน่นอนที่คนในยุคปัจจุบันต้องเผชิญภายหลังการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 มีที่มาจากหลากหลายปัจจัย ไม่ว่าจะเป็นความท้าทายของสภาพเศรษฐกิจที่ทำให้หลายๆ องค์กรจำเป็นต้องปรับโครงสร้างธุรกิจ มีการลดจำนวนพนักงาน และนำ AI เข้ามาใช้ รวมถึงปรับเปลี่ยนรูปแบบการทำงานเป็น work from anywhere มากขึ้น ขณะเดียวกัน การที่ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีทำให้ผู้คนสามารถเข้าถึงองค์ความรู้และเครื่องมือต่างๆ ที่เป็นประโยชน์ ถือเป็นอีกหนึ่งในปัจจัยที่จุดประกายให้ใครหลายคนเริ่มต้นมองหาการทำธุรกิจรูปแบบใหม่ๆ เพื่อตอบโจทย์ความปรารถนาในการเป็นผู้ประกอบการ (Entrepreneur) และไล่ตาม passion ของตัวเอง

บริษัทขายตรงระดับโลกที่มียอดขายอันดับ 1 ผู้นำด้านสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดีอย่างแอมเวย์ ทำการศึกษาและวิจัย Amway Global Entrepreneurship Report หรือ AGER ประจำปี 2566 ได้เปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับเทรนด์การเริ่มต้นประกอบธุรกิจ โดยจัดทำผลสำรวจจากผู้คนทั่วโลกภายหลังจากการระบาดของเชื้อโควิด-19 โดยรวบรวมข้อมูลจากกลุ่มตัวอย่างมากกว่า 15,000 คน ใน 15 ประเทศ ได้แก่ สหรัฐอเมริกา แคนาดา เยอรมัน ฮ่องกง อินเดีย อิตาลี ญี่ปุ่น จีน มาเลเซีย เม็กซิโก สิงคโปร์ เกาหลีใต้ ไต้หวัน เวียดนาม และไทย พบว่า คนในยุคปัจจุบันมีความพร้อมที่จะเป็นเจ้าของธุรกิจของตัวเองมากกว่าที่ผ่านมา สำหรับผลสำรวจมุมมองและความพร้อมในการประกอบธุรกิจของคนไทยสามารถสรุปได้ 5 ประเด็นสำคัญ ได้แก่

1. คนส่วนใหญ่สนใจที่จะทำธุรกิจส่วนตัว แนวคิดของการเป็นผู้ประกอบการได้รับความสนใจและมีเพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่ง 74% ของผู้ตอบแบบสอบถามปรารถนาที่จะมีธุรกิจเป็นของตัวเอง โดยธุรกิจที่คนสนใจ 3 อันดับแรก ได้แก่ ฟรีแลนซ์หรืองานพาร์ทไทม์ (Gig Worker) การขายของบนสื่อโซเชียล และการทำธุรกิจบนอีคอมเมิร์ซ

2. มีการเข้าถึงทรัพยากรที่จำเป็นในการเริ่มต้นธุรกิจมากขึ้น คนทั่วไปรู้สึกสบายใจเมื่อเพื่อนหรือครอบครัวมีส่วนร่วมในกิจกรรมที่กำลังทำอยู่ ซึ่งรวมถึงการเริ่มต้นทำธุรกิจ ผลสำรวจชี้ให้เห็นว่า กลุ่มตัวอย่าง 57% รู้สึกว่าตัวเองมีทักษะที่จำเป็นในการเริ่มต้นธุรกิจ และ 48% รู้สึกว่าพวกเขามีทรัพยากรที่จำเป็นในการเริ่มต้นธุรกิจ

3. เกิดรูปแบบการค้าแบบใหม่ทั้งธุรกิจขายตรงและโซเชียลมีเดีย การค้าปลีกแบบดั้งเดิมจะยังคงอยู่และไม่มีวันหายไป แต่ในโลกปัจจุบันนั้น ผู้บริโภคสามารถซื้อสินค้าผ่านโซเชียลมีเดียได้อย่างสะดวกสบาย สอดคล้องกับผลสำรวจที่พบว่า 87% ของผู้คนในปัจจุบันรู้สึกสบายใจที่จะซื้อสินค้าผ่านโซเชียลมีเดีย โดย 53% ของคนที่รู้จักคนที่ค้าขายทางโซเชียลมีเดียมองว่า โซเชียลมีเดียเป็นช่องทางที่ดีที่สุดในการส่งเสริมธุรกิจ

4. การเป็นเจ้าของธุรกิจเป็นโอกาสในการสร้างรายได้ที่น่าสนใจ ขณะที่การเป็นเจ้าของธุรกิจอาจเป็นเรื่องยากสำหรับบางคน แต่คนทั่วไปต่างทราบดีว่า การเป็นนายของตัวเองนั้นมีประโยชน์อย่างไร โดย 69% ของผู้ตอบแบบสอบถามมีเพื่อนหรือคนในครอบครัวที่มีประสบการณ์ในการสร้างรายได้จากอาชีพอิสระ และ 49% ระบุว่าอิสรภาพทางการเงินหรือความมั่นคงเป็นสิ่งที่ต้องการมากที่สุดจากอาชีพอิสระ

5.สถานการณ์โลกเปิดรับและพร้อมกว่าที่เคย การเปิดโอกาสให้คนมีอาชีพเสริม ช่วยส่งเสริมบรรยากาศการเป็นเจ้าของธุรกิจได้เป็นอย่างดี โดย 96% ของผู้ตอบแบบสอบถามรู้สึกยินดีหากผู้อื่นสนใจที่จะหารายได้เสริม 64% รู้สึกว่าการหารายได้เสริมนั้นเป็นเรื่องที่ดีและเปิดโอกาสให้ตัวเองได้ใช้ความสามารถ และ 81% มองว่า พวกเขามีโอกาสที่จะมีธุรกิจของตัวเองถ้ามีคนรู้จักเริ่มทำธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็นฟรีแลนซ์หรืองานพาร์ทไทม์ (Gig Worker) งานธุรกิจขายตรง แฟรนไชส์ และโอกาสทางธุรกิจอื่นๆ ผู้คนต่างเปิดรับวิถีการทำงานใหม่ๆ พร้อมก้าวเข้าสู่บทบาทเจ้าของธุรกิจอย่างเต็มตัว


 “เป็นเรื่องน่ายินดีที่คนส่วนใหญ่มี passion ในการเป็นเจ้าของธุรกิจ เพราะสามารถตอบโจทย์เรื่องอิสรภาพทางด้านเวลาและการทำงานได้ ซึ่งแอมเวย์เป็นธุรกิจที่พร้อมตอบโจทย์และสนับสนุนทุกคนที่ต้องการมีธุรกิจเป็นของตัวเอง เราเปิดโอกาสให้คนทุกเพศ ทุกวัย สามารถเริ่มธุรกิจของตัวเองด้วยเงินลงทุนต่ำ และความเสี่ยงน้อย โดยเรามีการสนับสนุนที่แข็งแกร่ง ไม่ว่าจะเป็นผลิตภัณฑ์คุณภาพที่ได้รับการยอมรับจากผู้บริโภคชาวไทย การพัฒนาเทคโนโลยีด้านออนไลน์และแพลตฟอร์มต่างๆ ตลอดจนการบริหารจัดการระบบสต็อค การจัดส่งสินค้า รวมถึงการโฆษณาประชาสัมพันธ์ และการเทรนนิ่งเพื่อพัฒนาศักยภาพของตัวเอง โดยไม่ว่าคุณสนใจจะทำแอมเวย์เป็นอาชีพหลักหรืออาชีพเสริม ก็สามารถเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง”

“แอมเวย์เป็นธุรกิจที่ให้ทั้งรายได้ที่มั่นคงและสุขภาพที่ดีให้กับผู้คนในสังคมไทยมายาวนานกว่า 36 ปี ซึ่งเป็นข้อพิสูจน์ว่าแอมเวย์เป็นหนึ่งในทางเลือกที่น่าสนใจของผู้ที่ต้องการเป็นเจ้าของธุรกิจ” 

ร่วมเป็นส่วนหนึ่งกับโอกาสทางธุรกิจของแอมเวย์ และติดตามข้อมูลข่าวสารต่างๆ ได้ที่

นาย ไพโรจน์ จิวตระกูลวงศ์
โทร 081 6032249


วันเสาร์ที่ 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566

@สร้างธุรกิจสำรองไว้ให้ลูก

ใช้เวลาว่างทำ

เป็นการสร้างเครือข่ายผู้บริโภคเอาไว้เมื่อตอนเรามีเวลาว่าง



ก่อตั้งเมื่อ 4 พฤษภาคม 2530 ด้วยเนื้อที่เพียง 700 ตารางเมตร มีพนักงาน 10 คน กับผลิตภัณฑ์แรกเริ่มเพียง 7 ชนิด ได้แก่


- น้ำยาทำความสะอาดอเนกประสงค์ แอล.โอ.ซี.

- น้ำยาล้างจาน ดิช ดรอปส์

- น้ำยาล้างรถ คาร์ วอช

- น้ำยาขัดเงารถยนต์ ซิลิโคน เกลซ

- สบู่ประทินผิว จี แอนด์ เอช

- แชมพูผสมโปรตีน ซาตินิค

- น้ำยาปรับสภาพเส้นผมผสมโปรตีน ซาตินิค


ด้วยความตั้งใจสนับสนุนการทำธุรกิจอย่างเต็มที่ จึงมีการเปิดตัวนิตยสาร AMAGRAM ฉบับปฐมฤกษ์ในเดือนพฤศจิกายน สำหรับปีแรกนี้แอมเวย์มียอดขายสิ้นสุด ณ ปีบัญชี 2530 จำนวน 61 ล้านบาท




ธนาคารกรุงไทย ปรับลดประมาณการเศรษฐกิจไทยปี 2566 ลงสู่ 3% คาดปี 2567 โต 4.6% เตือนไทยยังเผชิญความไม่แน่นอนสูง จากเศรษฐกิจโลกที่มีแนวโน้มเติบโตในอัตราต่ำ

ศูนย์วิจัย Krungthai COMPASS ปรับลดประมาณการขยายตัวทางเศรษฐกิจไทยในปี 2566 ลงสู่ 3% จากเดิม 3.4% เนื่องจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยอ่อนแรงลง ขณะที่การส่งออกทั้งปีอาจติดลบ ส่วนในปีหน้าคาดว่า GDP สามารถขยายตัวได้ประมาณ 4.6% โดยภาคการท่องเที่ยวจะยังเป็นเครื่องยนต์สำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ประกอบกับยังแรงบวกเพิ่มเติมจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ

Krungthai COMPASS ประเมินเศรษฐกิจไทยในปี 2566 มีแนวโน้มเติบโตที่ 3.0% ต่ำกว่าตัวเลขซึ่งเคยมองไว้ที่ 3.4% เนื่องจากการเติบโตทางเศรษฐกิจต้องเผชิญกับข้อจำกัดหลายด้าน ปัจจัยหลักจากมูลค่าการส่งออกทั้งปีที่มีแนวโน้มติดลบตามภาวะการผลิตภาคอุตสาหกรรมของโลกที่หดตัว ส่วนการลงทุนภาคเอกชนอาจขยายตัวได้ต่ำกว่าที่ประเมินไว้ตามแรงกดดันของภาคการส่งออก นอกจากนี้ การใช้จ่ายภาครัฐยังมีแนวโน้มชะลอลงโดยเฉพาะช่วงไตรมาสที่ 4/2566 จากปัญหากระบวนการการจัดทำ พ.ร.บ. งบประมาณปี 2567 ที่ล่าช้าส่งผลให้การเบิกจ่ายอาจต่ำกว่าปกติ แม้กระนั้นก็ตาม การปรับตัวดีขึ้นต่อเนื่องของภาคการท่องเที่ยว ยังเป็นเครื่องยนต์หลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยให้เติบโต ทั้งยังมีปัจจัยบวกจาก นโยบาย Free Visa ซึ่งจะช่วยดึงดูดนักท่องเที่ยวชาวจีน คาดว่าจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติจะแตะระดับ 29.5 ล้านคนในปี 2566 นอกจากนี้ การฟื้นไปสู่ภาวะปกติมากขึ้นของภาคท่องเที่ยวยังหนุนการจ้างงานและการใช้จ่ายภาคครัวเรือนให้มีแนวโน้มขยายตัวได้ต่อไปในระยะข้างหน้า

ส่วนในปี 2567 ประเมินว่า เศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มขยายตัวได้ประมาณ 4.6% โดยภาคการท่องเที่ยวจะยังเป็นเครื่องยนต์สำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ขณะที่กิจกรรมทางเศรษฐกิจจะฟื้นตัวสู่ภาวะปกติมากขึ้น อันจะช่วยหนุนการจ้างงานและการใช้จ่ายภาคครัวเรือนให้มีแนวโน้มขยายตัวต่อไป ประกอบกับมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐจะเป็นแรงบวกเพิ่มเติมที่สนับสนุนให้ GDP สามารถเติบโตต่อเนื่องในปีหน้า อย่างไรก็ตาม เศรษฐกิจไทยยังคงมีความไม่แน่นอนสูง จากภาวะเศรษฐกิจโลกที่มีแนวโน้มชะลอตัวลง โดยเฉพาะจีนที่กำลังซื้อในประเทศยังอ่อนแอ ทั้งยังมีความเปราะบางในภาคอสังหาริมทรัพย์ นอกจากนี้ภาวะเงินตึงตัวจากอัตราดอกเบี้ยของประเทศหลักในปีหน้าซึ่งจะอยู่ในระดับสูงต่อไป ถือเป็นความเสี่ยงด้านต่ำที่ลดทอนกำลังซื้อในตลาดโลกและการส่งออกของไทย ขณะที่ผู้ประกอบการยังต้องเผชิญกับการแข่งขันที่รุนแรงขึ้นจากสินค้าจีน Krungthai COMPASS ขอแนะนำให้ผู้ประกอบการวางแผนรับมือโดยพยายามรักษาฐานลูกค้าด้วยการรักษาจุดแข็งและความแตกต่างออกไปจากคู่แข่ง รวมทั้งการแสวงหาตลาดใหม่หรือกลุ่มลูกค้าที่มีศักยภาพ ส่วนมาตรการภาครัฐโดยเฉพาะนโยบายกระเป๋าเงินดิจิทัลที่คาดว่าจะดำเนินการได้ในปีหน้า อาจเป็นแรงสนับสนุนกำลังซื้อของภาคครัวเรือน ซึ่งผู้ประอบการควรวางแผนเตรียมพร้อมเพื่อใช้โอกาสดังกล่าวในการขยายตลาดภายในประเทศ เพิ่มกลุ่มลูกค้าเป้าหมายต่อไป ขณะเดียวกันภาครัฐและภาคเอกชนควรร่วมมือกันพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัล รวมถึงการปรับใช้เทคโนโลยีบล็อกเชนที่อาจกลายเป็นระบบนิเวศน์ทางการเงินและการค้าอิเล็กทรอนิกส์อีกทางเลือกหนึ่งที่สำคัญต่อไปในอนาคต

ทีม Marketing Strategy
5 ตุลาคม 2566

ตัวช่วยของคุณเตรียมไว้พร้อมแล้ว

เพราะคุณคือคนสำคัญของเรา 

    




เปลี่ยนเวลาว่างของคุณมาสร้างเครื่องผลิตเงินกัน


เปลี่ยนเวลาว่าง มาสร้างชีวิต

จะทำให้เราค่อย ๆ ประสบความสำเร็จในชีวิต แม้ว่าตอนนี้ยังไม่มีเงิน ยังไม่มีคอนเน็คชั่น พูดง่าย ๆ ก็คือไม่มีต้นทุนอะไรเลย (แต่ต้องมีความตั้งใจในชีวิตนะ)


1.เคล็ดลับนั้นก็คือ ขอเพียงมี "เวลาว่าง" เราก็เวลาใช้เป็นทุนสร้างตัวเองได้

ในขณะที่คนจำนวนหนึ่งใช้เวลาหมดไปกับสิ่งบันเทิงเริงใจ ให้เรานำเวลานั้นใช้ไปในสิ่งที่มีประโยชน์ เช่น เปิดดูคลิปความรู้ใน youtube (ฟรี) ฟัง podcast มีประโยชน์ (ฟรี) เรียนออนไลน์ฝึกภาษาอังกฤษ (ฟรี) เข้าเว็บไซต์อ่านบทความดี ๆ (ฟรี) เข้าสัมมนาฝึกทักษะอาชีพ (ฟรีหรือถูกมาก)


พูดง่าย ๆ อะไรก็ได้ที่สร้างสาระให้กับชีวิต ให้เราใช้เวลาไปกับมัน ขอเพียงทำสิ่งนี้ให้นานพอจนเป็นนิสัย ความรู้จะสั่งสมขึ้นเรื่อย ๆ จนเกิดเป็นไอเดีย ซึ่งถ้าไม่เอาแต่คิด เราจะเริ่มอยากลงมือ อยากเจอผู้คน อยากลองทำ อยากเก่ง อยากดีกว่านี้ พูดง่าย ๆ ก็คือ "อยากสร้างสาระให้ชีวิต"


เมื่อทำมากพอ ทำบ่อยเข้า ล้มบ้าง ลุกบ้าง ชีวิตจะปฏิเสธความก้าวหน้าไม่ได้เลย โอกาสดี ๆ ที่น่าสนใจจะเทลงมา เงินไม่เอา เขาก็จะประเคนให้ คนดี ๆ จะหลั่งไหลมาหา คอนเน็คชั่นจะเริ่มต่อจุด

ทั้งหมดนี้...เกิดจากการที่เราเปลี่ยนเวลาว่าง มาสร้างสาระให้ชีวิตนั่นเอง


2.คำถามก็คือแล้วอะไรคือสาระ อะไรคือไร้สาระ? เพราะแต่ละคนก็ชอบไม่เหมือนกัน จะไปตัดสินคนอื่นได้อย่างไร?


คำตอบก็คือ ให้ถามตัวเองว่าสิ่งนี้ที่ฉันใช้เวลาอยู่ตอนนี้ ฉันดูอยู่ ฉันฟังอยู่ ฉันพูดถึงอยู่ ฉันคิดถึงอยู่ สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ในวันพรุ่งนี้ ยังสำคัญกับชีวิตฉันหรือไม่? ยังมีประโยชน์เก็บไว้ใช้ในภายหน้าได้หรือเปล่า? ใช่สิ่งที่จะพาให้ฉันก้าวไปข้างหน้าหรือเปล่า?


ถ้าสิ่งนั้นไม่นำพาชีวิตไปข้างหน้า ถ้าสิ่งนั้นในวันพรุ่งนี้ก็ไม่สำคัญกับชีวิตแล้ว นั่นล่ะ...สิ่งที่เรียกได้ว่า "ไร้สาระ" ไม่ใช่เวลาที่เราจะใช้ไปกับมัน


ชีวิตไม่ใช่การแข่งรถ ที่ต้องเร็วกว่า ต้องแรงกว่า จึงจะชนะ แต่ชีวิตคือการขับรถปกติธรรมดา เพียงแต่ต้องขับให้ถูกทาง ไม่ออกนอกลู่ ไม่เสียเวลาไปกับสิ่งไร้สาระข้างทาง ขับตรงของเราไปเรื่อย ๆ เหนื่อยก็พัก หายเหนื่อยก็ไปต่อ แบบนี้ อย่างไรเสียก็ถึงเส้นชัยที่มุ่งหวังอย่างแน่นอน


3.ผมเขียนแบบนี้ ก็ใช่จะหมายถึงเราทำสิ่งไร้สาระไม่ได้เลย เราพักได้ เราสนุกได้ เราไร้สาระได้ (ผมเองก็ติดซีรีส์) เพียงแต่ต้องถามตัวเองว่า...แล้วตอนนี้มันใช่เวลาหรือเปล่า?


"ถ้ายังลำบาก อย่าเพิ่งรักความสบาย อะไรที่ไม่ทำให้ตาย จะทำให้เราโต" ผมเคยเขียนประโยคนี้ไว้นานแล้ว และยังคงเชื่ออย่างนั้นอยู่ ก็ในเมื่อตอนนี้เรามีต้นทุนเพียงอย่างเดียว นั่นคือ "เวลา" ถ้าเอาเวลาไปถลุงไถลไถเล่นมือถือ ดูแต่สิ่งสนุก เน้นสิ่งบันเทิงไปวัน ๆ เลิกงาน ตรงกลับบ้านพักผ่อน ซ้อมนอนเล่น ก่อนนอนจริง

แบบนี้ชีวิตจะเปลี่ยนได้อย่างไร?

หรือแม้แต่บางคน ทั้งที่พอมีเวลา ทั้งที่พอมีเงิน แต่ก็น่าเสียดายที่ยังเข้าใจผิด คิดไปว่า "ค่าเล่าเรียน" นั้น ต้องมีใครบางคนคอยจ่ายให้ ทั้งที่ความจริงก็คือ "ถ้าอยากมีชีวิตที่ก้าวหน้า เราต้องจ่ายค่าเรียนให้ตัวเอง"


สิบเอาหนึ่ง จับผู้ใหญ่วัยทำงานมารวมกันร้อยคน โยนคำถามไปว่า...ใครบ้างซื้อหนังสือความรู้มาอ่าน ใครบ้างฟัง podcast รายการสาระ? ใครบ้างเข้าฝึกอบรมสัมมนาต่าง ๆ? ใครบ้างฝึกวิชาชีพเสริม? ...ใน 100 คน น่าจะยกมือไม่เกิน 10 คน


สิบเอาหนึ่ง จับผู้ใหญ่วัยทำงานมารวมกันร้อยคน โยนคำถามไปว่า... ใครไปช้อปปิ้งร้านเปิดใหม่แล้วบ้าง? ใครดูซีรีส์เรื่องล่าสุดแล้วบ้าง? ใครวางแผนเที่ยวแล้วบ้าง? ...น่าจะยกมือกันเยอะมาก

เราจ่ายให้หลายเรื่อง แต่กลับไม่จ่ายค่าความรู้พัฒนาตัวเอง

4.อย่างไรก็ตาม เรื่องแบบนี้ไม่มีใครผิดหรอกครับ เงินของเขา เวลาของเขา เขามีสิทธิ์ใช้ในแบบที่พอใจ เราจะไปยุ่งได้อย่างไร?


เพียงแต่ใครก็ตามที่อยากก้าวหน้า เขาต้องรู้ว่าเวลาและเงินที่จ่ายออกไปนั้น แค่ทำให้เป็นคนทันสมัย ไม่ตกเทรนด์ หรือทำให้ชีวิตก้าวไปข้างหน้า

ไม่มีใครส่งเราเรียนไปตลอดชีวิต วันนี้โตเป็นผู้ใหญ่แล้ว ไม่ได้แปลว่าจะต้องเลิกเรียนรู้ ถ้าอยากมีชีวิตที่ก้าวหน้า เราต้องจ่ายค่าเรียนให้ตัวเอง จะจ่ายเป็นเงิน เป็นเวลา เป็นอะไรก็ได้ ...แต่ต้องจ่ายเอง


ถ้ามีเงิน ลองจ่ายเงินเรียน เราจะตั้งใจมากขึ้น ถือเสียว่าเป็นการลงทุน แต่ถ้ายังไม่มีเงิน ให้จ่ายเป็นเวลา ให้จ่ายเป็นความตั้งใจ ใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ อย่าเพิ่งรักสนุก รักสบาย


ใช้เวลาอย่างตั้งใจ เพราะเวลาคือชีวิต เพราะชีวิตก็คือเวลา


ใครใช้เวลาได้ดีมีสาระกว่า ก็ประสบความสำเร็จ เรื่องก็มีเท่านี้เอง.



 

ศึกษาธุรกิจคุณธรรมแล้วเปลี่ยนเวลาว่างของคุณมาสร้างเครื่องผลิตเงินกัน


1. ให้ทางเลือกแก่ผู้ฟัง เมื่อมาถึงจุดที่จะเข้าร่วมกับเรา

ในปัจจุบันพวกเขาไม่สามารถควบคุมรายได้ของตัวเองและอนาคตทางการเงินได้ ผู้มุ่งหวังจึงต้องการเป็นผู้กำหนดช่องทางในการสร้างรายได้ใหม่ของตัวเอง และไม่ต้องการสิ่งใดที่จะมาเพิ่มความกดดันให้ตัวเองอีก ในช่วงแรกๆ ควรหลีกเลี่ยงการพูดชักชวนให้เข้าร่วมธุรกิจ เนื่องจากอาจเป็นการกดดันมากเกินไป ควรสร้างโอกาสให้เป็นทางเลือกของพวกเขาโดยไม่มีแรงกดดันให้ต้องขายหรือสร้างทีมจากคุณผู้ชักชวน หรืออาจใช้วิธียกตัวอย่างการมีกลุ่มผู้ใช้ที่ซื้อและใช้ผลิตภัณฑ์เพียงอย่างเดียว

2. คุยถึงเรื่องการสร้างรายได้แบบเป็นขั้นเป็นตอน

ข้อมูลที่ถูกต้องไม่ใช่สิ่งสำคัญเพียงอย่างเดียว แต่รูปแบบการตอบคำถามก็มีส่วนช่วยด้วย เมื่อนำเสนอแบบเป็นขั้นเป็นตอน ผู้ฟังก็เข้าใจแนวคิดทั้งหมดได้มากขึ้น และตอบสนองในเชิงบวก แยกแยะคำตอบของคุณออกเป็นหลายแบบง่ายๆ เพื่อสร้างแนวการตอบสนองอย่างมีประสิทธิภาพ

3. นำเสนอให้เข้าใจง่าย

การมีมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ซึ่งอาจดูเหมือนว่าจะเป็นไปไม่ได้ ที่จะทำให้ผู้ฟังเข้าใจได้ในแบบที่ไม่ซับซ้อน ในกิจกรรม MTM ครั้งล่าสุด ผู้ฟังรายหนึ่งให้ความเห็นว่า “การเริ่มต้นโดยเปลี่ยนไปพูดถึงการเปลี่ยนผลิตภัณฑ์ที่ฉันใช้อยู่แล้ว ทำให้ฉันรู้สึกว่าฉันก็สามารถเริ่มทำได้เหมือนกัน ทำให้ง่ายเข้าไว้ ฉันอยากให้พวกเขาเลิกใช้คำที่เข้าใจยากตั้งแต่แรกๆ”

4. นำเสนอตัวเลขจริง เพื่อแสดงถึงรายได้

ยกตัวอย่างการสร้างรายได้ที่ระบุเป็นจำนวนเงินอย่างชัดเจน อย่าใช้เปอร์เซ็นต์ ถึงแม้เราไม่สามารถบอกข้อมูลได้แบบเจาะจง แต่อาจใช้วิธีเล่าประสบการณ์ในธุรกิจของคุณเอง
ในตอนที่คุณเริ่มทำธุรกิจ และทำรายได้ได้เท่านี้ หลังจากทำธุรกิจครบหนึ่งปี ก็ทำรายได้ได้เท่านี้ 3 ปีผ่านไป นี่คือรายได้จากการสร้างกลุ่มผู้ใช้ผลิตภัณฑ์ของฉัน และนี่คือรายได้จากทีมงานของฉัน ปัจจุบัน ฉันสามารถลาออกจากงานประจำได้แล้ว เมื่อมีรายได้ถึงระดับนี้

ยกตัวอย่างรายได้ทั้งของผู้เริ่มต้น ผู้ที่ทำนอกเวลา และผู้ที่มีรายได้ในระดับที่สูงขึ้นไป เพื่อแสดงให้เห็นถึงศักยภาพในการสร้างรายได้ของพวกเขา หากพวกเขายังคงทำธุรกิจอย่างต่อเนื่อง

5. เปลี่ยนจากการขายเป็นการแนะนำ

การบอกต่อผลิตภัณฑ์ ก็เหมือนกับการแนะนำ หรือ การพูดคุยเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ที่คุณชื่นชอบให้สมาชิกในครอบครัวและเพื่อนๆ ของคุณฟัง พวกเขาไม่จำเป็นต้องรู้สึกว่ากำลังขายของ ลองบอกเล่าสถานการณ์จริง ที่คุณขายผลิตภัณฑ์ให้สมาชิกในครอบครัวหรือเพื่อน: “น้องสาวของฉันถามเกี่ยวกับเคล็ดลับการดูแลผิวของฉัน หลังจากที่ฉันเริ่มใช้เครื่องสำอางตัวใหม่ ฉันก็เลยให้เธอลองใช้ผลิตภัณฑ์อาร์ทิสทรีของฉัน เธอชอบมันมาก และถามว่าฉันซื้อมาจากไหน! ฉันไม่ได้รู้สึกว่าฉันต้องยัดเยียดขายผลิตภัณฑ์เลยสักนิดเดียว ฉันก็แค่แนะนำ แล้วบอกวิธีการสั่งซื้อผลิตภัณฑ์จากเว็บไซต์ธุรกิจให้กับน้องสาว”




สร้างตัวช่วยของคุณไว้ให้คุณแล้ว

 เปลี่ยนการใช้เวลาว่างของคุณจากการทำกิจกรรมสันทนาการ มาใช้สร้างเครื่องผลิตเงินกัน ใช้เวลา 3 ถึง5 ปีเท่านั้น คุณจะได้ในสิ่งที่คุณอยากทำ คุณจะได้ทำในสิ่งที่คุณอยากทำ ไร้กังวลเรื่องภาระค่าใช้จ่ายที่นับวันจะสูงขึ้นๆด้วยภาวะเงินเฟ้อที่กำลังเกิดขึ้นกันอยู่ทั่วไปในขณะนี้ ส่งผลให้ราคาของกินของใช้พาเหรดขึ้นราคากันอย่างไม่มีวันหยุด คุณจะไร้กังวลในเรื่องการเงิน

    บริหารจัดการชีวิตส่วนตัว และการทำงานได้เอง (work life balance)           
ฟรีสไตล์ของการทำงานเสริมที่สะสมความสำเร็จวันละเล็กวันละน้อย การมีความปรารถนาจะทำให้คุณบรรลุในสิ่งที่คุณต้องการ

 ยืดหยุ่น   คุณเลือกได้ว่าต้องการสร้างปันผลรายได้มากน้อยเท่าใด และใช้เวลามากหรือน้อยแค่ไหนขึ้นอยู่กับตัวคุณ เพราะความสำเร็จของคุณสร้างได้ ไม่จำกัดแล้วแต่ความพอใจของคุณ

    พิสูจน์ของจริงมาแล้วด้วยระยะเวลามากกว่า 60 ปี ที่เราให้ความสำคัญและ สนับสนุนคุณเพื่อบรรลุทุกเป้าหมาย ไม่ว่าเป้าหมายชีวิต ของคุณจะเป็นอะไรก็ตาม กว่าล้านครอบครัวทั่วโลก และกว่า 25,000 ครอบครัวในประเทศไทย ตั้งแต่ปี พศ 2532 เป็นต้นมา

    คำตอบของการเป็น เจ้าของธุรกิจ ที่จัดสรรรูปแบบการทำงานได้เอง ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ แรกๆอาจเข้าใจยากเพราะระบบการสื่อสารและการเดินทางขนส่งไม่ได้ง่ายและถูกเหมือนกับปัจจุบัน ความสำเร็จแต่ละความสำเร็จดูเหมือนจะยากแสนเข็ญแต่ด้วยเทคโนโลยีและความก้าวหน้าทางด้านวิทยาการของปัจจุบันกลับส่งเสริมให้คุณประสบความสำเร็จอย่างรวดเร็วเท่าที่คุณอยากให้เป็นขอเชิญชวนมาสำเร็จด้วยกันกับเราคุณจะพอใจและประทับใจในวิธีการที่แตกต่าง

ที่มาของปันผลรายได้

ธุรกิจนี้ปลายทางคือเจ้าของธุรกิจที่มีหุ้นส่วนของคุณอยู่รอบตัวทั้งด้านลึกและด้านกว้าง 

1 แชร์ง่ายก็ได้ปันผล

     แชร์ลิงก์ผลิตภัณท์ ชวนเพื่อน เท่านี้ก็รับกำไรปันผลการันตีรายได้จากปันผล 10% ง่ายๆ รับเงินปันผลเข้ากระเป๋า แบบเต็มๆ ได้ตั้งแต่คุณให้บริการผลิตภัณท์ชิ้นแรก หุ้นส่วนจะจัดการส่งให้ผู้รับถึงที่บ้าน คุณไม่ต้องลงทุน สต๊อกสินค้า สามารถเช็คสถานะของผลิตภัณท์ได้แบบเรียลไทม์ ทั้งยอดส่วนตัว ยอดกลุ่ม และสถานะของผลิตภัณท์ที่ส่ง ออนไลน์ทันใจ

สร้างกลุ่มผู้ใช้ส่วนตัวของคุณ 25 ครอบครัว จากผลิตภัณท์ที่จัดเตรียมไว้ให้คุณเรียนรู้ 8 ชนิด เป็นผลิตภัณท์จำเป็นต้องใช้ ใช้แล้วหมดไปภายในเดือน คุณเพียงแค่เรียนรู้ข้อมูลสำคัญและวิธีการบอกต่อเพื่อให้เกิดการสร้างสหกรณ์ของพวกเขาเอง ในขั้นตอนนี้คุณจะยอดการบริโภคที่สร้างปันผลให้คุณประมาณที่หนึ่งหมื่นบาท

สร้างสหกรณ์ผู้บริโภค 5 กลุ่มแต่ละกลุ่มจะมีสมาชิกใช้ 25 ครอบครัวและบริโภคผลิตภัณท์ภายในครอบครัว 8 ชนิดเช่นกัน ผลรวมของสมาชิกทั้งหมดรวมทั้งตัวคุณด้วยจะอยู่ที่ 125 คนเป็นอย่างน้อย ในขั้นตอนนี้คุณจะมียอดการบริโภครวมทั้งกลุ่ม อย่างน้อย หนึ่งแสนห้าหมื่นคะแนนขึ้นไป นี่คือกฎของการแยกตัวออกไปเมื่อคุณมีแต้มครบแสนห้าหมื่นขึ้นไป ระบบปิรามิดหรือแชร์ลูกโซ่ไม่มีกฏข้อนี้เด็ดขาด

2 รับปันผลรายเดือน CORE PLAN (แผนหลัก) และ ปันผลเสริม CORE PLUS+(แผนเสริม)

     คุณจะได้รับปันผลเพิ่มขึ้นอีกจากแผนธุรกิจของเราคลอพลัส เริ่มต้นที่ 10% จากการบริการผลิตภัณฑ์ให้กับสมาชิก ยิ่งบริการมาก ยิ่งได้มาก รวมปันผลรายเดือน CORE PLAN (แผนหลัก) และ ปันผลเสริม CORE PLUS+(แผนเสริม)คุณจะรับปันผลเริ่มต้นที่ห้าหมื่นบาท ครบ 6 เดือนในปีบัญชีของธุรกิจคุณจะได้รับการแต่งตั้งให้เป็นเจ้าของธุรกิจตัดขาดจากการดูแลของคนชวนคุณเพราะคุณทำธุรกิจเป็นแล้วนั่นเอง คุณจะได้นำธุรกิจไปจดทะเบียนบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนจำกัดในชื่อของคุณเป็นเจ้าของสามารถขายได้โอนกรรมสิทธิ์ให้ทายาทหรือคนที่คุณรักได้

3 ปันผลจากการสอนทีมเป็นรายได้ปันผลมรดก

     คุณสามารถชวนเพื่อนของคุณเข้าร่วมทีม ให้คำปรึกษาพวกเขาในการสร้างสหกรณ์จากการบริการสินค้า เมื่อเขาทั้งหลายเหล่านั้นประสบความสำเร็จ แผนธุรกิจจะยืมยอดธุรกิจของพวกเขาเพื่อมาคำนวนรายได้ลิขสิทธิ์ให้กับคุณ คุณก็จะได้รับปันผลเพิ่มเติมจากมีส่วนร่วมช่วยเหลือพัฒนาทีมของคุณ

4 ท่องโลกกว้างหนึ่งในรางวัลความสำเร็จของคุณ
     เช่นเดียวกับธุรกิจประเภทอื่นใดก็ตาม ธุรกิจของคุณนั้นต้องการการเรียนรู้ และกิจกรรมต่างๆ เพื่อการเจริญเติบโตอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าเป้าหมายของคุณคืออะไร คุณจะสามารถควบคุมได้ว่าคุณจะสร้างธุรกิจของคุณเร็วหรือช้าเพียงไร เหนือสิ่งอื่นใดทั้งหมดนี่คือธุรกิจของคุณเอง 100%





ใครก็ทำธุรกิจสำเร็จได้ พิสูจน์แล้ว!

มาร่วมเป็นครอบครัวกับเราวันนี้พร้อมรับสิทธิประโยชน์สำหรับนักธุรกิจมากมาย

บริการโดย ไพโรจน์ จิวตระกูลวงศ์
โทร 0816032249

โอกาสแห่งความสำเร็จเพื่อคนทุกๆคน

โอกาสแห่งความสำเร็จเพื่อคนทุ กๆคน การมีธุรกิจเป็นของตัวเองต้องเริ่ มทำงานยังไงก่อนดี? “การเป็นเจ้าของธุรกิจ หรือ ENTREPRENEUR” นับว่าเป็นควา...