วันเสาร์ที่ 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566

@สร้างธุรกิจสำรองไว้ให้ลูก

ใช้เวลาว่างทำ

เป็นการสร้างเครือข่ายผู้บริโภคเอาไว้เมื่อตอนเรามีเวลาว่าง



ก่อตั้งเมื่อ 4 พฤษภาคม 2530 ด้วยเนื้อที่เพียง 700 ตารางเมตร มีพนักงาน 10 คน กับผลิตภัณฑ์แรกเริ่มเพียง 7 ชนิด ได้แก่


- น้ำยาทำความสะอาดอเนกประสงค์ แอล.โอ.ซี.

- น้ำยาล้างจาน ดิช ดรอปส์

- น้ำยาล้างรถ คาร์ วอช

- น้ำยาขัดเงารถยนต์ ซิลิโคน เกลซ

- สบู่ประทินผิว จี แอนด์ เอช

- แชมพูผสมโปรตีน ซาตินิค

- น้ำยาปรับสภาพเส้นผมผสมโปรตีน ซาตินิค


ด้วยความตั้งใจสนับสนุนการทำธุรกิจอย่างเต็มที่ จึงมีการเปิดตัวนิตยสาร AMAGRAM ฉบับปฐมฤกษ์ในเดือนพฤศจิกายน สำหรับปีแรกนี้แอมเวย์มียอดขายสิ้นสุด ณ ปีบัญชี 2530 จำนวน 61 ล้านบาท




ธนาคารกรุงไทย ปรับลดประมาณการเศรษฐกิจไทยปี 2566 ลงสู่ 3% คาดปี 2567 โต 4.6% เตือนไทยยังเผชิญความไม่แน่นอนสูง จากเศรษฐกิจโลกที่มีแนวโน้มเติบโตในอัตราต่ำ

ศูนย์วิจัย Krungthai COMPASS ปรับลดประมาณการขยายตัวทางเศรษฐกิจไทยในปี 2566 ลงสู่ 3% จากเดิม 3.4% เนื่องจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยอ่อนแรงลง ขณะที่การส่งออกทั้งปีอาจติดลบ ส่วนในปีหน้าคาดว่า GDP สามารถขยายตัวได้ประมาณ 4.6% โดยภาคการท่องเที่ยวจะยังเป็นเครื่องยนต์สำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ประกอบกับยังแรงบวกเพิ่มเติมจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ

Krungthai COMPASS ประเมินเศรษฐกิจไทยในปี 2566 มีแนวโน้มเติบโตที่ 3.0% ต่ำกว่าตัวเลขซึ่งเคยมองไว้ที่ 3.4% เนื่องจากการเติบโตทางเศรษฐกิจต้องเผชิญกับข้อจำกัดหลายด้าน ปัจจัยหลักจากมูลค่าการส่งออกทั้งปีที่มีแนวโน้มติดลบตามภาวะการผลิตภาคอุตสาหกรรมของโลกที่หดตัว ส่วนการลงทุนภาคเอกชนอาจขยายตัวได้ต่ำกว่าที่ประเมินไว้ตามแรงกดดันของภาคการส่งออก นอกจากนี้ การใช้จ่ายภาครัฐยังมีแนวโน้มชะลอลงโดยเฉพาะช่วงไตรมาสที่ 4/2566 จากปัญหากระบวนการการจัดทำ พ.ร.บ. งบประมาณปี 2567 ที่ล่าช้าส่งผลให้การเบิกจ่ายอาจต่ำกว่าปกติ แม้กระนั้นก็ตาม การปรับตัวดีขึ้นต่อเนื่องของภาคการท่องเที่ยว ยังเป็นเครื่องยนต์หลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยให้เติบโต ทั้งยังมีปัจจัยบวกจาก นโยบาย Free Visa ซึ่งจะช่วยดึงดูดนักท่องเที่ยวชาวจีน คาดว่าจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติจะแตะระดับ 29.5 ล้านคนในปี 2566 นอกจากนี้ การฟื้นไปสู่ภาวะปกติมากขึ้นของภาคท่องเที่ยวยังหนุนการจ้างงานและการใช้จ่ายภาคครัวเรือนให้มีแนวโน้มขยายตัวได้ต่อไปในระยะข้างหน้า

ส่วนในปี 2567 ประเมินว่า เศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มขยายตัวได้ประมาณ 4.6% โดยภาคการท่องเที่ยวจะยังเป็นเครื่องยนต์สำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ขณะที่กิจกรรมทางเศรษฐกิจจะฟื้นตัวสู่ภาวะปกติมากขึ้น อันจะช่วยหนุนการจ้างงานและการใช้จ่ายภาคครัวเรือนให้มีแนวโน้มขยายตัวต่อไป ประกอบกับมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐจะเป็นแรงบวกเพิ่มเติมที่สนับสนุนให้ GDP สามารถเติบโตต่อเนื่องในปีหน้า อย่างไรก็ตาม เศรษฐกิจไทยยังคงมีความไม่แน่นอนสูง จากภาวะเศรษฐกิจโลกที่มีแนวโน้มชะลอตัวลง โดยเฉพาะจีนที่กำลังซื้อในประเทศยังอ่อนแอ ทั้งยังมีความเปราะบางในภาคอสังหาริมทรัพย์ นอกจากนี้ภาวะเงินตึงตัวจากอัตราดอกเบี้ยของประเทศหลักในปีหน้าซึ่งจะอยู่ในระดับสูงต่อไป ถือเป็นความเสี่ยงด้านต่ำที่ลดทอนกำลังซื้อในตลาดโลกและการส่งออกของไทย ขณะที่ผู้ประกอบการยังต้องเผชิญกับการแข่งขันที่รุนแรงขึ้นจากสินค้าจีน Krungthai COMPASS ขอแนะนำให้ผู้ประกอบการวางแผนรับมือโดยพยายามรักษาฐานลูกค้าด้วยการรักษาจุดแข็งและความแตกต่างออกไปจากคู่แข่ง รวมทั้งการแสวงหาตลาดใหม่หรือกลุ่มลูกค้าที่มีศักยภาพ ส่วนมาตรการภาครัฐโดยเฉพาะนโยบายกระเป๋าเงินดิจิทัลที่คาดว่าจะดำเนินการได้ในปีหน้า อาจเป็นแรงสนับสนุนกำลังซื้อของภาคครัวเรือน ซึ่งผู้ประอบการควรวางแผนเตรียมพร้อมเพื่อใช้โอกาสดังกล่าวในการขยายตลาดภายในประเทศ เพิ่มกลุ่มลูกค้าเป้าหมายต่อไป ขณะเดียวกันภาครัฐและภาคเอกชนควรร่วมมือกันพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัล รวมถึงการปรับใช้เทคโนโลยีบล็อกเชนที่อาจกลายเป็นระบบนิเวศน์ทางการเงินและการค้าอิเล็กทรอนิกส์อีกทางเลือกหนึ่งที่สำคัญต่อไปในอนาคต

ทีม Marketing Strategy
5 ตุลาคม 2566

ตัวช่วยของคุณเตรียมไว้พร้อมแล้ว

เพราะคุณคือคนสำคัญของเรา 

    




ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

โอกาสแห่งความสำเร็จเพื่อคนทุกๆคน

โอกาสแห่งความสำเร็จเพื่อคนทุ กๆคน การมีธุรกิจเป็นของตัวเองต้องเริ่ มทำงานยังไงก่อนดี? “การเป็นเจ้าของธุรกิจ หรือ ENTREPRENEUR” นับว่าเป็นควา...