เปลี่ยนเวลาว่าง มาสร้างชีวิต
จะทำให้เราค่อย ๆ ประสบความสำเร็จในชีวิต แม้ว่าตอนนี้ยังไม่มีเงิน ยังไม่มีคอนเน็คชั่น พูดง่าย ๆ ก็คือไม่มีต้นทุนอะไรเลย (แต่ต้องมีความตั้งใจในชีวิตนะ)
1.เคล็ดลับนั้นก็คือ ขอเพียงมี "เวลาว่าง" เราก็เวลาใช้เป็นทุนสร้างตัวเองได้
ในขณะที่คนจำนวนหนึ่งใช้เวลาหมดไปกับสิ่งบันเทิงเริงใจ ให้เรานำเวลานั้นใช้ไปในสิ่งที่มีประโยชน์ เช่น เปิดดูคลิปความรู้ใน youtube (ฟรี) ฟัง podcast มีประโยชน์ (ฟรี) เรียนออนไลน์ฝึกภาษาอังกฤษ (ฟรี) เข้าเว็บไซต์อ่านบทความดี ๆ (ฟรี) เข้าสัมมนาฝึกทักษะอาชีพ (ฟรีหรือถูกมาก)
พูดง่าย ๆ อะไรก็ได้ที่สร้างสาระให้กับชีวิต ให้เราใช้เวลาไปกับมัน ขอเพียงทำสิ่งนี้ให้นานพอจนเป็นนิสัย ความรู้จะสั่งสมขึ้นเรื่อย ๆ จนเกิดเป็นไอเดีย ซึ่งถ้าไม่เอาแต่คิด เราจะเริ่มอยากลงมือ อยากเจอผู้คน อยากลองทำ อยากเก่ง อยากดีกว่านี้ พูดง่าย ๆ ก็คือ "อยากสร้างสาระให้ชีวิต"
เมื่อทำมากพอ ทำบ่อยเข้า ล้มบ้าง ลุกบ้าง ชีวิตจะปฏิเสธความก้าวหน้าไม่ได้เลย โอกาสดี ๆ ที่น่าสนใจจะเทลงมา เงินไม่เอา เขาก็จะประเคนให้ คนดี ๆ จะหลั่งไหลมาหา คอนเน็คชั่นจะเริ่มต่อจุด
2.คำถามก็คือแล้วอะไรคือสาระ อะไรคือไร้สาระ? เพราะแต่ละคนก็ชอบไม่เหมือนกัน จะไปตัดสินคนอื่นได้อย่างไร?
คำตอบก็คือ ให้ถามตัวเองว่าสิ่งนี้ที่ฉันใช้เวลาอยู่ตอนนี้ ฉันดูอยู่ ฉันฟังอยู่ ฉันพูดถึงอยู่ ฉันคิดถึงอยู่ สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ในวันพรุ่งนี้ ยังสำคัญกับชีวิตฉันหรือไม่? ยังมีประโยชน์เก็บไว้ใช้ในภายหน้าได้หรือเปล่า? ใช่สิ่งที่จะพาให้ฉันก้าวไปข้างหน้าหรือเปล่า?
ถ้าสิ่งนั้นไม่นำพาชีวิตไปข้างหน้า ถ้าสิ่งนั้นในวันพรุ่งนี้ก็ไม่สำคัญกับชีวิตแล้ว นั่นล่ะ...สิ่งที่เรียกได้ว่า "ไร้สาระ" ไม่ใช่เวลาที่เราจะใช้ไปกับมัน
ชีวิตไม่ใช่การแข่งรถ ที่ต้องเร็วกว่า ต้องแรงกว่า จึงจะชนะ แต่ชีวิตคือการขับรถปกติธรรมดา เพียงแต่ต้องขับให้ถูกทาง ไม่ออกนอกลู่ ไม่เสียเวลาไปกับสิ่งไร้สาระข้างทาง ขับตรงของเราไปเรื่อย ๆ เหนื่อยก็พัก หายเหนื่อยก็ไปต่อ แบบนี้ อย่างไรเสียก็ถึงเส้นชัยที่มุ่งหวังอย่างแน่นอน
3.ผมเขียนแบบนี้ ก็ใช่จะหมายถึงเราทำสิ่งไร้สาระไม่ได้เลย เราพักได้ เราสนุกได้ เราไร้สาระได้ (ผมเองก็ติดซีรีส์) เพียงแต่ต้องถามตัวเองว่า...แล้วตอนนี้มันใช่เวลาหรือเปล่า?
"ถ้ายังลำบาก อย่าเพิ่งรักความสบาย อะไรที่ไม่ทำให้ตาย จะทำให้เราโต" ผมเคยเขียนประโยคนี้ไว้นานแล้ว และยังคงเชื่ออย่างนั้นอยู่ ก็ในเมื่อตอนนี้เรามีต้นทุนเพียงอย่างเดียว นั่นคือ "เวลา" ถ้าเอาเวลาไปถลุงไถลไถเล่นมือถือ ดูแต่สิ่งสนุก เน้นสิ่งบันเทิงไปวัน ๆ เลิกงาน ตรงกลับบ้านพักผ่อน ซ้อมนอนเล่น ก่อนนอนจริง
หรือแม้แต่บางคน ทั้งที่พอมีเวลา ทั้งที่พอมีเงิน แต่ก็น่าเสียดายที่ยังเข้าใจผิด คิดไปว่า "ค่าเล่าเรียน" นั้น ต้องมีใครบางคนคอยจ่ายให้ ทั้งที่ความจริงก็คือ "ถ้าอยากมีชีวิตที่ก้าวหน้า เราต้องจ่ายค่าเรียนให้ตัวเอง"
สิบเอาหนึ่ง จับผู้ใหญ่วัยทำงานมารวมกันร้อยคน โยนคำถามไปว่า...ใครบ้างซื้อหนังสือความรู้มาอ่าน ใครบ้างฟัง podcast รายการสาระ? ใครบ้างเข้าฝึกอบรมสัมมนาต่าง ๆ? ใครบ้างฝึกวิชาชีพเสริม? ...ใน 100 คน น่าจะยกมือไม่เกิน 10 คน
สิบเอาหนึ่ง จับผู้ใหญ่วัยทำงานมารวมกันร้อยคน โยนคำถามไปว่า... ใครไปช้อปปิ้งร้านเปิดใหม่แล้วบ้าง? ใครดูซีรีส์เรื่องล่าสุดแล้วบ้าง? ใครวางแผนเที่ยวแล้วบ้าง? ...น่าจะยกมือกันเยอะมาก
4.อย่างไรก็ตาม เรื่องแบบนี้ไม่มีใครผิดหรอกครับ เงินของเขา เวลาของเขา เขามีสิทธิ์ใช้ในแบบที่พอใจ เราจะไปยุ่งได้อย่างไร?
เพียงแต่ใครก็ตามที่อยากก้าวหน้า เขาต้องรู้ว่าเวลาและเงินที่จ่ายออกไปนั้น แค่ทำให้เป็นคนทันสมัย ไม่ตกเทรนด์ หรือทำให้ชีวิตก้าวไปข้างหน้า
ไม่มีใครส่งเราเรียนไปตลอดชีวิต วันนี้โตเป็นผู้ใหญ่แล้ว ไม่ได้แปลว่าจะต้องเลิกเรียนรู้ ถ้าอยากมีชีวิตที่ก้าวหน้า เราต้องจ่ายค่าเรียนให้ตัวเอง จะจ่ายเป็นเงิน เป็นเวลา เป็นอะไรก็ได้ ...แต่ต้องจ่ายเอง
ถ้ามีเงิน ลองจ่ายเงินเรียน เราจะตั้งใจมากขึ้น ถือเสียว่าเป็นการลงทุน แต่ถ้ายังไม่มีเงิน ให้จ่ายเป็นเวลา ให้จ่ายเป็นความตั้งใจ ใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ อย่าเพิ่งรักสนุก รักสบาย
ใช้เวลาอย่างตั้งใจ เพราะเวลาคือชีวิต เพราะชีวิตก็คือเวลา
ใครใช้เวลาได้ดีมีสาระกว่า ก็ประสบความสำเร็จ เรื่องก็มีเท่านี้เอง.
ศึกษาธุรกิจคุณธรรมแล้วเปลี่ยนเวลาว่างของคุณมาสร้างเครื่องผลิตเงินกัน
1. ให้ทางเลือกแก่ผู้ฟัง เมื่อมาถึงจุดที่จะเข้าร่วมกับเรา
ในปัจจุบันพวกเขาไม่สามารถควบคุมรายได้ของตัวเองและอนาคตทางการเงินได้ ผู้มุ่งหวังจึงต้องการเป็นผู้กำหนดช่องทางในการสร้างรายได้ใหม่ของตัวเอง และไม่ต้องการสิ่งใดที่จะมาเพิ่มความกดดันให้ตัวเองอีก ในช่วงแรกๆ ควรหลีกเลี่ยงการพูดชักชวนให้เข้าร่วมธุรกิจ เนื่องจากอาจเป็นการกดดันมากเกินไป ควรสร้างโอกาสให้เป็นทางเลือกของพวกเขาโดยไม่มีแรงกดดันให้ต้องขายหรือสร้างทีมจากคุณผู้ชักชวน หรืออาจใช้วิธียกตัวอย่างการมีกลุ่มผู้ใช้ที่ซื้อและใช้ผลิตภัณฑ์เพียงอย่างเดียว
2. คุยถึงเรื่องการสร้างรายได้แบบเป็นขั้นเป็นตอน
ข้อมูลที่ถูกต้องไม่ใช่สิ่งสำคัญเพียงอย่างเดียว แต่รูปแบบการตอบคำถามก็มีส่วนช่วยด้วย เมื่อนำเสนอแบบเป็นขั้นเป็นตอน ผู้ฟังก็เข้าใจแนวคิดทั้งหมดได้มากขึ้น และตอบสนองในเชิงบวก แยกแยะคำตอบของคุณออกเป็นหลายแบบง่ายๆ เพื่อสร้างแนวการตอบสนองอย่างมีประสิทธิภาพ
3. นำเสนอให้เข้าใจง่าย
การมีมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ซึ่งอาจดูเหมือนว่าจะเป็นไปไม่ได้ ที่จะทำให้ผู้ฟังเข้าใจได้ในแบบที่ไม่ซับซ้อน ในกิจกรรม MTM ครั้งล่าสุด ผู้ฟังรายหนึ่งให้ความเห็นว่า “การเริ่มต้นโดยเปลี่ยนไปพูดถึงการเปลี่ยนผลิตภัณฑ์ที่ฉันใช้อยู่แล้ว ทำให้ฉันรู้สึกว่าฉันก็สามารถเริ่มทำได้เหมือนกัน ทำให้ง่ายเข้าไว้ ฉันอยากให้พวกเขาเลิกใช้คำที่เข้าใจยากตั้งแต่แรกๆ”
4. นำเสนอตัวเลขจริง เพื่อแสดงถึงรายได้
ยกตัวอย่างการสร้างรายได้ที่ระบุเป็นจำนวนเงินอย่างชัดเจน อย่าใช้เปอร์เซ็นต์ ถึงแม้เราไม่สามารถบอกข้อมูลได้แบบเจาะจง แต่อาจใช้วิธีเล่าประสบการณ์ในธุรกิจของคุณเอง
ในตอนที่คุณเริ่มทำธุรกิจ และทำรายได้ได้เท่านี้ หลังจากทำธุรกิจครบหนึ่งปี ก็ทำรายได้ได้เท่านี้ 3 ปีผ่านไป นี่คือรายได้จากการสร้างกลุ่มผู้ใช้ผลิตภัณฑ์ของฉัน และนี่คือรายได้จากทีมงานของฉัน ปัจจุบัน ฉันสามารถลาออกจากงานประจำได้แล้ว เมื่อมีรายได้ถึงระดับนี้
ยกตัวอย่างรายได้ทั้งของผู้เริ่มต้น ผู้ที่ทำนอกเวลา และผู้ที่มีรายได้ในระดับที่สูงขึ้นไป เพื่อแสดงให้เห็นถึงศักยภาพในการสร้างรายได้ของพวกเขา หากพวกเขายังคงทำธุรกิจอย่างต่อเนื่อง
5. เปลี่ยนจากการขายเป็นการแนะนำ
การบอกต่อผลิตภัณฑ์ ก็เหมือนกับการแนะนำ หรือ การพูดคุยเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ที่คุณชื่นชอบให้สมาชิกในครอบครัวและเพื่อนๆ ของคุณฟัง พวกเขาไม่จำเป็นต้องรู้สึกว่ากำลังขายของ ลองบอกเล่าสถานการณ์จริง ที่คุณขายผลิตภัณฑ์ให้สมาชิกในครอบครัวหรือเพื่อน: “น้องสาวของฉันถามเกี่ยวกับเคล็ดลับการดูแลผิวของฉัน หลังจากที่ฉันเริ่มใช้เครื่องสำอางตัวใหม่ ฉันก็เลยให้เธอลองใช้ผลิตภัณฑ์อาร์ทิสทรีของฉัน เธอชอบมันมาก และถามว่าฉันซื้อมาจากไหน! ฉันไม่ได้รู้สึกว่าฉันต้องยัดเยียดขายผลิตภัณฑ์เลยสักนิดเดียว ฉันก็แค่แนะนำ แล้วบอกวิธีการสั่งซื้อผลิตภัณฑ์จากเว็บไซต์ธุรกิจให้กับน้องสาว”
สร้างตัวช่วยของคุณไว้ให้คุณแล้ว
เปลี่ยนการใช้เวลาว่างของคุณจากการทำกิจกรรมสันทนาการ มาใช้สร้างเครื่องผลิตเงินกัน ใช้เวลา 3 ถึง5 ปีเท่านั้น คุณจะได้ในสิ่งที่คุณอยากทำ คุณจะได้ทำในสิ่งที่คุณอยากทำ ไร้กังวลเรื่องภาระค่าใช้จ่ายที่นับวันจะสูงขึ้นๆด้วยภาวะเงินเฟ้อที่กำลังเกิดขึ้นกันอยู่ทั่วไปในขณะนี้ ส่งผลให้ราคาของกินของใช้พาเหรดขึ้นราคากันอย่างไม่มีวันหยุด คุณจะไร้กังวลในเรื่องการเงิน
บริหารจัดการชีวิตส่วนตัว และการทำงานได้เอง (work life balance)
ฟรีสไตล์ของการทำงานเสริมที่สะสมความสำเร็จวันละเล็กวันละน้อย การมีความปรารถนาจะทำให้คุณบรรลุในสิ่งที่คุณต้องการ
ยืดหยุ่น คุณเลือกได้ว่าต้องการสร้างปันผลรายได้มากน้อยเท่าใด และใช้เวลามากหรือน้อยแค่ไหนขึ้นอยู่กับตัวคุณ เพราะความสำเร็จของคุณสร้างได้ ไม่จำกัดแล้วแต่ความพอใจของคุณ
พิสูจน์ของจริงมาแล้วด้วยระยะเวลามากกว่า 60 ปี ที่เราให้ความสำคัญและ สนับสนุนคุณเพื่อบรรลุทุกเป้าหมาย ไม่ว่าเป้าหมายชีวิต ของคุณจะเป็นอะไรก็ตาม กว่าล้านครอบครัวทั่วโลก และกว่า 25,000 ครอบครัวในประเทศไทย ตั้งแต่ปี พศ 2532 เป็นต้นมา
คำตอบของการเป็น เจ้าของธุรกิจ ที่จัดสรรรูปแบบการทำงานได้เอง ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ แรกๆอาจเข้าใจยากเพราะระบบการสื่อสารและการเดินทางขนส่งไม่ได้ง่ายและถูกเหมือนกับปัจจุบัน ความสำเร็จแต่ละความสำเร็จดูเหมือนจะยากแสนเข็ญแต่ด้วยเทคโนโลยีและความก้าวหน้าทางด้านวิทยาการของปัจจุบันกลับส่งเสริมให้คุณประสบความสำเร็จอย่างรวดเร็วเท่าที่คุณอยากให้เป็นขอเชิญชวนมาสำเร็จด้วยกันกับเราคุณจะพอใจและประทับใจในวิธีการที่แตกต่าง
ที่มาของปันผลรายได้
ธุรกิจนี้ปลายทางคือเจ้าของธุรกิจที่มีหุ้นส่วนของคุณอยู่รอบตัวทั้งด้านลึกและด้านกว้าง
1 แชร์ง่ายก็ได้ปันผล
แชร์ลิงก์ผลิตภัณท์ ชวนเพื่อน เท่านี้ก็รับกำไรปันผลการันตีรายได้จากปันผล 10% ง่ายๆ รับเงินปันผลเข้ากระเป๋า แบบเต็มๆ ได้ตั้งแต่คุณให้บริการผลิตภัณท์ชิ้นแรก หุ้นส่วนจะจัดการส่งให้ผู้รับถึงที่บ้าน คุณไม่ต้องลงทุน สต๊อกสินค้า สามารถเช็คสถานะของผลิตภัณท์ได้แบบเรียลไทม์ ทั้งยอดส่วนตัว ยอดกลุ่ม และสถานะของผลิตภัณท์ที่ส่ง ออนไลน์ทันใจ
สร้างกลุ่มผู้ใช้ส่วนตัวของคุณ 25 ครอบครัว จากผลิตภัณท์ที่จัดเตรียมไว้ให้คุณเรียนรู้ 8 ชนิด เป็นผลิตภัณท์จำเป็นต้องใช้ ใช้แล้วหมดไปภายในเดือน คุณเพียงแค่เรียนรู้ข้อมูลสำคัญและวิธีการบอกต่อเพื่อให้เกิดการสร้างสหกรณ์ของพวกเขาเอง ในขั้นตอนนี้คุณจะยอดการบริโภคที่สร้างปันผลให้คุณประมาณที่หนึ่งหมื่นบาท
สร้างสหกรณ์ผู้บริโภค 5 กลุ่มแต่ละกลุ่มจะมีสมาชิกใช้ 25 ครอบครัวและบริโภคผลิตภัณท์ภายในครอบครัว 8 ชนิดเช่นกัน ผลรวมของสมาชิกทั้งหมดรวมทั้งตัวคุณด้วยจะอยู่ที่ 125 คนเป็นอย่างน้อย ในขั้นตอนนี้คุณจะมียอดการบริโภครวมทั้งกลุ่ม อย่างน้อย หนึ่งแสนห้าหมื่นคะแนนขึ้นไป นี่คือกฎของการแยกตัวออกไปเมื่อคุณมีแต้มครบแสนห้าหมื่นขึ้นไป ระบบปิรามิดหรือแชร์ลูกโซ่ไม่มีกฏข้อนี้เด็ดขาด
2 รับปันผลรายเดือน CORE PLAN (แผนหลัก) และ ปันผลเสริม CORE PLUS+(แผนเสริม)
คุณจะได้รับปันผลเพิ่มขึ้นอีกจากแผนธุรกิจของเราคลอพลัส เริ่มต้นที่ 10% จากการบริการผลิตภัณฑ์ให้กับสมาชิก ยิ่งบริการมาก ยิ่งได้มาก รวมปันผลรายเดือน CORE PLAN (แผนหลัก) และ ปันผลเสริม CORE PLUS+(แผนเสริม)คุณจะรับปันผลเริ่มต้นที่ห้าหมื่นบาท ครบ 6 เดือนในปีบัญชีของธุรกิจคุณจะได้รับการแต่งตั้งให้เป็นเจ้าของธุรกิจตัดขาดจากการดูแลของคนชวนคุณเพราะคุณทำธุรกิจเป็นแล้วนั่นเอง คุณจะได้นำธุรกิจไปจดทะเบียนบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนจำกัดในชื่อของคุณเป็นเจ้าของสามารถขายได้โอนกรรมสิทธิ์ให้ทายาทหรือคนที่คุณรักได้
3 ปันผลจากการสอนทีมเป็นรายได้ปันผลมรดก
คุณสามารถชวนเพื่อนของคุณเข้าร่วมทีม ให้คำปรึกษาพวกเขาในการสร้างสหกรณ์จากการบริการสินค้า เมื่อเขาทั้งหลายเหล่านั้นประสบความสำเร็จ แผนธุรกิจจะยืมยอดธุรกิจของพวกเขาเพื่อมาคำนวนรายได้ลิขสิทธิ์ให้กับคุณ คุณก็จะได้รับปันผลเพิ่มเติมจากมีส่วนร่วมช่วยเหลือพัฒนาทีมของคุณ
4 ท่องโลกกว้างหนึ่งในรางวัลความสำเร็จของคุณ
เช่นเดียวกับธุรกิจประเภทอื่นใดก็ตาม ธุรกิจของคุณนั้นต้องการการเรียนรู้ และกิจกรรมต่างๆ เพื่อการเจริญเติบโตอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าเป้าหมายของคุณคืออะไร คุณจะสามารถควบคุมได้ว่าคุณจะสร้างธุรกิจของคุณเร็วหรือช้าเพียงไร เหนือสิ่งอื่นใดทั้งหมดนี่คือธุรกิจของคุณเอง 100%
ใครก็ทำธุรกิจสำเร็จได้ พิสูจน์แล้ว!
มาร่วมเป็นครอบครัวกับเราวันนี้พร้อมรับสิทธิประโยชน์สำหรับนักธุรกิจมากมาย
บริการโดย ไพโรจน์ จิวตระกูลวงศ์
โทร 0816032249


.jpg)

.jpg)
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น